ไอคอนบทความ

บทความสินเชื่อเงินสด

icon-filter ค้นหาสินเชื่อเงินสดแบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter

ธนาคารแห่งปี 2557 (Bank of the Year 2014)

Share
ธนาคารแห่งปี 2557 (Bank of the Year 2014)

ธนาคารแห่งปี 2557 (Bank of the Year 2014)

เป็นประจำทุกปีที่ "การเงินธนาคาร" ได้จัดอันดับ "ธนาคารแห่งปี" หรือ Bank of the Year เพื่อยกย่องธนาคารที่มีผลประกอบการยอดเยี่ยมและสร้างความโดดเด่นทางธุรกิจ สำหรับการจัดอันดับธนาคารแห่งปี 2557 ในปีนี้ การเงินธนาคาร ใช้ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ 15 แห่ง ในรอบปี 2556 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2556 มาพิจารณาจัดอันดับ
โดยปัจจัยที่ใช้วัดยังคงใช้เกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งพิจารณาถึงอัตราส่วนทางการเงินทั้งหมด 12 ด้าน เพื่อวัดประสิทธิภาพของธนาคารในด้านผลการดำเนินงาน (Strong Performance) และด้านคุณภาพของงบดุล (Strong Balance Sheet) ที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่ไปกับเสถียรภาพและความมั่นคงของแต่ละธนาคาร
ธนาคารกรุงเทพโชว์ความแข็งแกร่ง คว้าตำแหน่งธนาคารแห่งปี 2557 ธนาคารไทยพาณิชย์นั่งแท่นอันดับ 2 ธนาคารกสิกรไทยครองอันดับ 3 เผยธนาคารพาณิชย์ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 2 แสนล้านบาท

อันดับ 1 ธนาคารกรุงเทพ


ธนาคารกรุงเทพโชว์ความแข็งแกร่งคว้าแชมป์ธนาคารแห่งปี 2557 โดยก้าวขึ้นจากอันดับ 2 เมื่อปีที่แล้ว ธนาคารมีกำไรสุทธิ 35,905.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,884.10 ล้านบาท หรือ 8.73% และมีกำไรสุทธิต่อหุ้นสูงเป็นอันดับ 1 จำนวน 18.81 บาท รวมทั้งมีมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (Book Value) สูงสุดที่ 155.03 บาท
ในปี 2556 ที่ผ่านมา ธนาคารมีการเติบโตจากลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ ลูกค้าธุรกิจรายกลางและรายปลีก ลูกค้าบุคคล และลูกค้าต่างประเทศ เนื่องจากธนาคารมีการติดตามดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ทำให้ธนาคารสามารถคาดการณ์ความต้องการด้านต่างๆ ของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง และสามารถสนับสนุนลูกค้าในด้านต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งในปี 2557 ธนาคารพร้อมที่จะเติบโตเคียงข้างไปกับลูกค้า สมกับปณิธานที่ได้ยึดถือมาโดยตลอด คือ "เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน"

อันดับ 2 ธนาคารไทยพาณิชย์


ปีนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ ครองอันดับ 2 โดยเสียแชมป์ธนาคารแห่งปีไปด้วยคะแนนทิ้งห่างเพียง 1 คะแนนเท่านั้น โดยในปี 2556 ธนาคารยังคงสามารถสร้างผลกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์และสูงที่สุดในระบบธนาคารพาณิชย์ จำนวน 50,232.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,012.89 ล้านบาท หรือ 24.90%
สำหรับในปี 2557 ธนาคารมีนโยบายที่จะลดต้นทุนของเงินฝากให้สอดคล้องกับภาวะการแข่งขันในตลาด มุ่งเสริมสร้างการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจและธุรกิจขนาดใหญ่ และลดการเติบโตของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานผ่านการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งพัฒนาทักษะของผู้จัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Relationship Manager : RM) ในทุกกลุ่มธุรกิจของธนาคารเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และสร้างธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งกับลูกค้าในกลุ่มลูกค้าบุคคล และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ

อันดับ 3 ธนาคารกสิกรไทย


ธนาคารกสิกรไทย หล่นจากอันดับ 2 มาครองอันดับ 3 ในปีนี้ โดยมีรายได้รวมสูงเป็นอันดับ 1 ที่ 203,847.68 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสูงเป็นอันดับ 2 ที่ 41,324.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,065.01 ล้านบาท หรือ 17.20%
ในปี 2557 ธนาคารได้ดำเนินกลยุทธ์เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มลูกค้าเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าตามแนวคิด "บริการทุกระดับประทับใจ" โดยกลยุทธ์ธุรกิจลูกค้าบรรษัทที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการให้คำปรึกษาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการท้งในด้านการเงินและไม่ใช่การเงินที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับวงจรธุรกิจของลูกค้าแต่ละราย
ส่วนกลยุทธ์ธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ มุ่งเน้นการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดเอสเอ็มอีในทุกพื้นที่ที่มีศักยภาพ ผ่านผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าทั้งในด้านการให้คำปรึกษาทางการเงิน การทำธุรกรรมที่สะดวกสบาย การสร้างเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งและการเสริมสร้างองค์ความรู้ และ 3 กลยุทธ์ธุรกิจลูกค้าบุคคลที่มุ่งเน้นการเป็นผู้ให้บริการทางการเงินหลักของลูกค้าทั่วประเทศ และมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดยุทธศาสตร์ ผ่านการสื่อสารการตลาดที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละท้องถิ่น

อันดับ 4 ธนาคารกรุงไทย


ธนาคารกรุงไทย ยังคงครองอันดับ 4 ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยมีกำไรสุทธิ 33,929.27 เพิ่มขึ้น 10,402.25 ล้านบาท หรือ 44.21% ทั้งนี้ ธนาคารได้กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ คือ "กรุงไทย ก้าวไกลไปกับคุณ : Growing Together" โดยมุ่งเน้นเป็นธนาคารที่เติบโตไปพร้อมกับลูกค้า พนักงาน สังคม และผู้ถือหุ้น
สำหรับนโยบายการดำเนินธุรกิจของธนาคารในปี 2557 จะให้ความสำคัญใน 4 ด้านหลักคือ
  1. มุ่งเน้นธุรกิจหลัก โดยจะเน้นการจัดกลุ่มลูกค้า และปรับปรุงรูปแบบการดูแลลูกค้าให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม รวมถึงปรับกระบวนการทำงานให้กระชับขึ้น
  2. เพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน โดยเสริมศักยภาพในการบริหารความเสี่ยง ตลอดจนปรับปรุงกระบวนการอนุมัติสินเชื่อให้มีควาเหมาะสม รวมถึงวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า เพื่อให้สามารถเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
  3. ต่อยอดสู่โอกาสใหม่ทางธุรกิจ โดยมีแผนพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการและดูแลลูกค้าในกลุ่ม Affluent Banking / Wealth Management พร้อมทั้งนำเสนอ Digital Banking และสร้างทีมผลิตภัณฑ์และการตลาดที่แข็งแกร่งด้าน Treasury รวมทั้งขยายธุรกิจใน AEC ผ่านทาง Supply Chain Financing ด้วย
  4. พัฒนากรุงไทยให้เป็นองค์กรที่มุ่งผลสำเร็จของงานเป็นสำคัญ โดยปรับปรุงด้านบุคลากร ทั้งในเรื่องของการวางแผนทรัพยากรบุคคลและกระบวนการสรรหาบุคลากร ปรับปรุงระบบการให้รางวัลและผลตอบแทนที่สะท้อนผลงานในระดับบุคคล จัดทำโครงการพนักงานศักยภาพสูง ทบทวนการกำหนดเส้นทางความก้าวหน้า รวมถึงตัวชี้วัด (KPls) ให้มีความเหมาะสม

อันดับ 5 ธนาคารเกียรตินาคิน


ธนาคารเกียรตินาคิน ก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับ 5 จากอันดับ 6 เมื่อปีที่แล้ว โดยมีกำไรสุทธิ 4,418.19 ล้านบาท 1,026.90 ล้านบาท หรือ 30.28% ซึ่งในส่วนของธุรกิจธนาคาร ในปี 2557 จะมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้หลากหลาย การปรับเปลี่ยนรูปแบบของสาขาให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า การหาพันธมิตรทางธุรกิจที่จะมาเสริมในเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ธนาคารไม่ได้ให้บริการ และพัฒนาธุรกิจใหม่ ได้แก่ สายการตลาดการเงิน สินเชื่อบรรษัท และสินเชื่อลูกค้าประกอบการ
สำหรับธุรกิจตลาดทุน ตั้งเป้าพัฒนาบริการเพื่อเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคารและตลาดทุน เช่น ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล (Private Wealth Management) ที่จะขยายฐานลูกค้าไปยังลูกค้าเงินฝากของธนาคารที่มีเงินลงทุนตั้งแต่ 2-30 ล้านบาท และธุรกิจวานิชธนกิจที่จะทำงานร่วมกับสินเชื่อบรรษัทของธนาคารในการในการสนับสนุนทางด้านเงินกู้ให้กับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่
อันดับ 6 ธนาคารธนชาต

ธนาคารธนชาต ก้าวกระโดดจากอันดับ 9 เมื่อปีที่แล้วมาอยู่ในอันดับ 6 ในปีนี้ โดยมีกำไรสุทธิ 15,384.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,164.31 ล้านบาท หรือ 87.15% โดยนโยบายของธนาคารธนชาตในปี 2557 ธนาคารมุ่งมั่นที่จะเติบโตในสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ และสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันควบคู่กับการดำรงสถานะความเป็นผู้นำด้านสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และพัฒนานโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยงที่รัดกุม โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการสินเชื่อ
พร้อมปรับโครงสร้างเงินฝากให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับความผันผวนในภาวะวิกฤติ ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ในการออมเงิน ผลิตภัณฑ์กลุ่มประกันภัยและผลิตภัณฑ์การลงทุนในขณะเดียวกันก็จะสร้างการเติบโตในรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคาร ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินแบบครบวงจร โดยการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน เพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินของลูกค้าแต่ละราย
อันดับ 7 ธนาคารทิสโก้

ธนาคารทิสโก้ ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 7 จากอันดับ 8 เมื่อปีที่แล้ว โดยมีกำไรสุทธิ 3,123.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.43% ซึ่งในปี 2557 ธนาคารกำหนดแผนกลยุทธ์นการขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางการจำหน่ายและทีมขาย โดยขยายเครือข่ายไปทั่วทุกภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมสร้างสัมพันธ์อันดีในระยะยาวเพื่อตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจงสำหรับลูกค้าแต่ละราย และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสร้างโอกาสทางการเงินแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม
รวมทั้งมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างธุรกิจและช่องทางการดำเนินธุรกิจ เพื่อรองรับปริมาณธุรกรรมและเครือข่ายการบริการที่เพิ่มสูงขึ้น และประสานความร่วมมือ (Synergy) ระหว่างบริษัทในกลุ่มควบคู่ไปกับการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิด "โอกาส สร้างได้" โดยมุ่งเน้นการเป็นองค์กรแห่งโอกาสที่จะมอบโอกาสแก่สังคม และพัฒนาบุคลากรทั้งประสบการณ์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางการเงิน เน้นการปลูกฝังเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี และคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม
อันดับ 8 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)

สำหรับอันดับ 8 ในปีนี้ มี 2 ธนาคารครองตำแหน่งร่วมกัน ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หล่นจากอันดับ 5 มาอยู่อันดับ 8 ในปีนี้ โดยมีกำไรสุทธิ 11,866.65 ล้านบาท ลดลง 2,758.68 ล้านบาท หรือ 18.86% ทั้งนี้ ในช่วงปลายปี 2556 ธนาคารได้เข้าเป็นบริษัทในเครือของ MUFG กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น หลังจากที่ธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU) ได้ถือครองหุ้น 72%
ในปี 2557 ธนาคารมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก คือ
  1. การขยายฐานธุรกิจลูกค้าขนาดใหญ่และกลุ่มลูกค้า SME ทั้งของไทย ญี่ปุ่น และบริษัทข้ามชาติอื่นๆ ด้วยการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของ MUFG และมุ่งสร้างความแข็งแกร่งและการรับรู้แก่แบรนด์กรุงศรี SME กับลูกค้ากลุ่ม SME 
  2. การคงความเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อรายย่อยด้วยการมุ่งเน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้
  3. การสร้างฐานเงินฝากให้แข็งแกร่งด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ด้วยการนำเสนอบริการทางการเงินที่ครบวงจร ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าองค์กร
  4. การสร้างความแข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน เช่น เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก หรือกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้น้อย ภายใต้แบรนด์ "ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ" 
  5. ขยายโอกาสในการทำธุรกิจในกลุ่มประเทศ CLM (กัมพูชา ลาว และพม่า) โดยเตรียมความพร้อมในการเติบโตไปผ่านการสนับสนุนของ BTMU
ส่วนธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ปีนี้หล่นมาอยู่อันดับ 8 จากอันดับ 7 เมื่อปีที่แล้ว โดยธนาคารมีกำไรสุทธิ 2,950.75 ล้านบาท ลดลง 294.09 ล้านบาท หรือ 9.06% ซึ่งในปี 2557 ธนาคารยังคงยึดหลักการดำเนินที่มุ่งเน้นถึงความต้องการของลูกค้า ทั้งในสายงานบุคคลธนกิจ และสายงานสถาบันธนกิจ โดยเน้นการสร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ล้ำหน้า การให้บริการที่รวดเร็ว เป็นมิตรและถูกต้อง ตรงกับความต้องการด้านการเงินของลูกค้า
รวมทั้งใช้ความชำนาญในเชิงลึกในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งเครือข่ายที่มีอยู่ทั่วโลกและความเข้าใจในตลาด ภายในประเทศรวมไปถึงระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย และความเชี่ยวชาญในการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ธนาคารมีความพร้อมในการสนองตอบความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง
ขณะเดียวกันก็จะเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับองค์กรที่เป็นที่ยอมรับเพื่อสร้างและดำเนินโครงการเพื่อสังคมเพื่อสร้างผลระยะยาว และยังได้ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในโครงการเพื่อสังคมด้วย
อันดับ 10 ธนาคารยูโอบี

สำหรับอันดับ 10 ตกเป็นของธนาคารยูโอบี เช่นเดียวกับปีที่แล้ว ซึ่งจากการคาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้นในปี 2557 โดยเฉพาะเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งประเทศไทยน่าจะได้รับประโยชน์จากการลงทุนของภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์ความยืดเยื้อทางการเมืองในประเทศจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภค ดังนั้น ธนาคารจึงยังคงไว้ซึ่งการบริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง และกระบวนการทำงานที่รอบคอบ เพื่อเน้นความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจ
อันดับ 11 ธนาคารทหารไทย

ธนาคารทหารไทย หรือ ทีเอ็มบี ก้าวขึ้นจากอันดับ 13 มาอยู่อันดับ 11 ในปีนี้ โดยสามารถทำกำไรสุทธิได้เพิ่มขึ้นถึง 4,132.16 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 257.43% เป็น 5,737.34 ล้านบาท โดยธนาคารกำหนดทิศทางการดำเนินงานปี 2557 ว่าจะเป็นธนาคารสำหรับการทำธุรกรรมเพื่อช่วยให้ลูกค้าเชื่อโยงเครือข่ายสังคม และธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ทั้งเฉพาะรายและเครือข่ายของลูกค้า เพื่อให้สามารถออกแบบและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ทันสมัยและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด
รวมทั้งสร้างฐานเงินฝากคุณภาพและบริหารจัดการต้นทุนเงินฝากให้อยู่ในระดับแนวหน้า ควบคู่ไปกับการสร้างความเป็นเลิศด้านธุรกรรมทางการเงิน พร้อมทั้งบริหารจัดการต้นทุนในการบริการและในทุกหน่วยงานของธนาคารอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนใช้เงินทุนและบริหารสภาพคล่อง โดยมุ่งเน้นที่การวัดอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเมื่อเทียบกับความเสี่ยงให้บรรลุเป้ากำไรเพื่อผู้ถือหุ้น
อันดับ 12 ธนาคารไอซีบีซี (ไทย)

ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ยังคงอยู่ในอันดับ 12 เช่นเดียวกับปีที่แล้ว โดยนโยบายการของธนาคารในปี 2557 มีเป้าหมายหลักในการให้บริการสำหรับธุรกิจภายในประเทศทั้งสินเชื่อรายใหญ่ สินเชื่อ SME ในกลุ่มธุรกิจจีนที่ดำเนินธุรกิจในไทย และกลุ่มธุรกิจไทยที่ไปดำเนินธุรกิจในจีน พร้อมขยายธุรกิจเช่าซื้อไปสู่ตลาดเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนาดใหญ่ และรักษาระดับการเติบโตและคุณภาพของธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ไว้เช่นเดิม
สำหรับกลุ่มธุรกิจรายย่อย ธนาคารมุ่งเน้นในการขยายฐานบัตรเครดิตเพิ่มมากขึ้น โดยจะยังคงชูจุดเด่นของการเป็นบัตรเครดิตสองสกุล เงินบาท-หยวน และยังมีแผนที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และธุรกิจระหว่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มลูกค้าธุรกิจนำเข้า-ส่งออก โดยอาศัยจุดแข็งของกลุ่ม ICBC ที่มีเครือข่ายทั่วโลกมาเป็นปัจจัยที่สนับสนุนความสำเร็จในกลุ่มธุรกิจนี้ และมุ่งเน้นเสริมสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเงินหยวนต่อไปในอนาคต
อันดับ 13 ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ปีนี้หล่นมาอยู่ในอันดับ 13 จากอันดับ 11 เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งในปี 2557 ธนาคารมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงโดยเน้นการขยายสินเชื่อธุรกิจไปฐานลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ที่มีฐานะการเงินมั่นคง และระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าธุรกิจ SME และลูกค้าสินเชื่อรายย่อย พร้อมตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 21 สาขา ให้เป็น 122 สาขา โดยเน้นการขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ต่างจังหวัดรอบนอกและตามตะเข็บชายแดนที่เป็นจังหวัดหัวเมืองที่มีศักยภาพ ด้วยรูปแบบสาขาใหม่ " Micro Branch" ซึ่งเป็นการเปิดสาขาใหม่ในพื้นที่พันธมิตร "โฮมโปร"
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการลดต้นทุนทางการเงินของเงินฝาก โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินด้านอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น และแสวงหาลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์และนำเสนอให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า พร้อมปรับปรุงกระบวนการเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว ทั้งขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติการเบิกจ่ายสินเชื่อ รวมถึงการเปิดบัญชีเงินฝากรูปแบบ No-slip การพัฒนาแบบคำขอต่างๆ ด้วย E-form เป็นต้น
อันดับ 14 ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ยังคงอยู่ในอันดับ 14 เช่นเดียวกับปีที่แล้ว โดยในปี 2557 ธนาคารจะยังคงให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกกลุ่มทั้งลูกค้ารายย่อย เอสเอ็มอี และรายใหญ่ สำหรับลูกค้ารายย่อย ธนาคารจะนำระบบ และบริการจากกลุ่มซีไอเอ็มบีมาปรับใช้เพื่อนำเสนอบริการใหม่ๆ แก่ลูกค้ารายย่อยของธนาคาร ขณะเดียวกันธนาคารมองว่า คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการเงินส่วนตัวมากขึ้น ธุรกิจ Wealth Management จะเติบโตได้อีกมาก
ด้านธุรกิจลูกค้ารายกลาง ธนาคารจะจัดเซ็กเมนเทชั่นกลุ่มลูกค้าเพื่อส่งต่อบริการได้ตรงความต้องการลูกค้ามากที่สุด และจะช่วยให้ธนาคารสามารถเข้าไปรุกฐานลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดเล็กได้มากขึ้น ส่วนธุรกิจลูกค้ารายใหญ่ธนาคารตั้งเป้าหมายจะเข้าไปมีบทบาทมากขึ้นในการให้บริการลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลางของไทยกว่า 50 กลุ่ม ที่มีแผนจะออกไปลงทุนในภูมิภาคอาเซียน โดยจะใช้ความได้เปรียบจากการมีเครือข่าย 8 จาก 10 ประเทศในอาเซียน และการมีทีมงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
อันดับ 15 ธนาคารไทยเครดิต

อันดับ 15 ยังคงเป็นของธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย ซึ่งในปี 2556 สินเชื่อของธนาคารมีอัตราการเติบโต 12% โดยกลุ่มสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อยมีการขยายตัวมากกว่า 6 เท่า หรือเท่ากับ 3,600 ล้านบาท ส่งผลให้ธนาคารสามารถพลิกฟื้นจากการขาดทุนถึง 156.84 ล้านบาท เมื่อปี 2555 มาเป็นมีกำไรสุทธิ 1.80 ล้านบาท
ทั้งนี้ ธนาคารมุ่งหวังที่จะเป็นธนาคารขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย เน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยและไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งในปี 2557 ธนาคารยังคงเดินหน้ามุ่งเน้นธุรกิจกลุ่มสินเชื่อเพื่อรายย่อย ด้วยการขยายช่องทางการขายผ่านสาขาสินเชื่อเพื่อรายย่อยทั่วประเทศ โดยเป็นสาขาที่มุ่งเน้นการให้บริการด้านสินเชื่อเป็นหลัก ต้นทุนต่ำ และตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กลุ่มเป้าหมาย และถูกออกแบบมาเพื่อการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับลูกค้าและเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน
พร้อมทั้งพัฒนาระบบอนุมัติสินเชื่อ ส่วนปฏิบัติการระบบติดตามเร่งรัดหนี้สิน และส่วนงานสนับสนุนเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนและคุณภาพที่ดีของสินเชื่อ เพื่อการเติบโตที่สร้างผลกำไรแบบระยะยาว
แท็กที่เกี่ยวข้อง

แนะนำสินเชื่อล่าสุด

คาร์ด เอกซ์ คาร์ด เอกซ์
บัตรกดเงินสด CardX SPEEDY CASH ดอกเบี้ยต่อปี 25.000%
กรุงไทย กรุงไทย
สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ ดอกเบี้ยต่อปี 20.000%
ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารทหารไทยธนชาต
บัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ยต่อปี 6.780%
ยูโอบี ยูโอบี
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ ยูโอบี Car2Cash ดอกเบี้ยต่อปีไม่เกิน 10.990 - 24.000%

บทความสินเชื่อเงินสดล่าสุด

ดูทั้งหมด