ไอคอนบทความ

บทความบ้านโครงการใหม่

icon-filter ค้นหาบ้านแบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter

สร้างบ้านยังไง ให้ประหยัดพลังงาน และเซฟเงินในกระเป๋าไปอีก 100 ปี

Share
สร้างบ้านยังไง ให้ประหยัดพลังงาน และเซฟเงินในกระเป๋าไปอีก 100 ปี

เราอยู่ในยุคสมัยที่ผู้คนต้องหันมาใส่ใจในเรื่องของการอนุรักษ์พลังงานกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องการสร้างที่อยู่อาศัย สำหรับความหมายของคำว่า บ้านประหยัดพลังงานนั้น หมายถึง การใช้พลังงานทั้งหมดอย่างคุ้มค่า โดยประหยัดและอนุรักษ์พลังงานที่มีทั้งหมด และสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง สำหรับคำว่า พลังงาน ในที่นี้หมายรวมถึงทั้ง ค่าใช้จ่าย, ทรัพยากรธรรมชาติ, พลังงานไฟฟ้า, และเทคโนโลยีในปัจจุบัน
สำหรับบทความนี้จะสรุปตั้งแต่การดูสภาพแวดล้อมที่ตั้งของที่ดินที่เหมาะสมสำหรับการสร้างบ้านประหยัดพลังงาน ไปจนถึงการเริ่มสร้างบ้านเพื่อให้ประหยัดพลังงาน โดยจะดูในส่วนของโครงสร้างและวัสดุที่ใช้ และสุดท้ายก็ได้เอาแบบบ้านและแปลนบ้านประหยัดพลังงานมาฝากกันค่ะ โดยบทความนี้ได้แบ่งออกเป็น 3 หัวข้อใหญ่ๆ ไว้ดังนี้
1. หลักการเลือกสภาพแวดล้อมที่ดินให้กับบ้านประหยัดพลังงาน
2. เลือกใช้วัสดุสร้างบ้านอย่างไรให้ประหยัดพลังงาน
3. ตัวอย่างแบบบ้านประหยัดพลังงาน

1. หลักการเลือกสภาพแวดล้อมที่ดินให้กับบ้านประหยัดพลังงาน
1. สภาพแวดล้อมที่ตั้งที่ดิน และขนาดของที่ดิน
สำหรับขนาดที่ดินที่เหมาะสมที่จะปลูกบ้านประหยัดพลังงาน ควรมีที่ดินตั้งแต่ 50 ตร.ว. ขึ้นไป หรือมีความกว้างและยาว = 13 x 16 เมตร และถ้าหากสามารถมีเนื้อที่มากกว่านี้ได้ก็จะยิ่งทำให้ตัวบ้านได้รับประโยชน์จากธรรมชาติมากขึ้น สภาพแวดล้อมโดยรอบที่ดินควรเป็นพื้นที่โล่ง ไม่มีตึก หรืออาคารสูงมาบดบัง ทั้งในเรื่องของกระแสลม, การระบายอากาศ, การรับแสงแดด รวมไปถึงการจัดสวนเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความร่มรื่นให้กับรอบๆ บ้านมากขึ้น ลักษณะทางกายภาพของที่ดิน ควรเป็นพื้นที่ดินในเขตที่พักอาศัย มีระบบสาธารณูปโภครองรับ ปราศจากมลภาวะที่เป็นพิษ มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ และเสียงดัง

2. ทิศทางการจัดวางตัวอาคาร
เนื่องจากประเทศไทยมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้น การหันหน้าอาคารควรหันให้ด้านยาวรับประโยชน์จากการระบายอากาศด้วยลมธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงรังสีความร้อนโดยตรง หากมีรูปแบบบ้านเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ควรหันให้ด้านยาวหันไปทางทิศเหนือ และทิศใต้ ส่วนด้านสั้นให้หันไปทางทิศตะวันออก และทิศตะวันตก โดยตามหลักการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ แดดจะแรงในช่วงเวลา 10.00 - 14.00 น. ของวัน
การจัดวางห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก ควรอยู่ในตำแหน่งที่สามารถถ่ายเทอากาศได้สะดวก ในส่วนของห้องน้ำหรือห้องครัว ควรไว้ทางทิศตะวันตกของบ้าน เพื่อไม่ให้เผชิญกับรังสีความร้อนมากเกินไป และถูกสุขอนามัย นอกจากนี้ควรจัดวางตำแหน่งให้ประตู หน้าต่าง และช่องระบายอากาศอยู่ในตำแหน่งที่สามารถรับลมได้สะดวก
3. อุปกรณ์เสริมและการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อช่วยบังแดดให้กับอาคาร
ทำระแนงไม้เพื่อบังแดดบริเวณส่วนที่เป็นช่องกระจก หรือหน้าต่างที่สามารถรับแสงจากภายนอก และควรให้มีการบังแดดมาที่ตัวอาคารด้วย เนื่องจากความร้อนที่ส่องเข้ามาที่ตัวอาคารจะทำให้ตัวอาคารนั้นสะสมความร้อน แล้วถ่ายเทเข้าสู่ตัวอาคารได้ นอกจากนี้การใช้รั้วโปร่งก็ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการรับลมธรรมชาติและมีการระบายอากาศได้ง่ายขึ้น

ภาพตัวอย่างระแนงไม้ช่วยบังแดดจากโครงการ เศรษฐสิริ จรัญฯ-ปิ่นเกล้า 2
นอกเหนือจากตัวบังแดดแล้วเรายังสามารถใช้ต้นไม้ หรือจัดสวนเพื่อสร้างความร่มรื่น ด้วยการปลูกต้นไม้ยืนต้นหรือต้นไม้สูงๆ ในทิศตะวันตกและทิศใต้ ส่วนต้นไม้พุ่มเตี้ยๆ จะช่วยลดการสะท้อนความร้อนจากพื้นดินไปสู่ตัวอาคารได้

ภาพแสดงทิศทางแสงแดด และการปลูกต้นไม้เพื่อช่วยลดการสะท้อนความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร
2. เลือกใช้วัสดุสร้างบ้านที่ประหยัดพลังงาน
นอกจากในเรื่องที่ของที่ตั้งที่ดินที่เหมาะสมแล้ว การเลือกวัสดุที่จะนำมาสร้างบ้านแต่ละชิ้นก็มีส่วนสำคัญในการทำให้บ้านนั้นประหยัดพลังงาน ซึ่งมีสิ่งที่ต้องพิจารณาเบื้องต้นดังต่อไปนี้
1. โครงสร้าง

  • โครงสร้างบ้าน โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กจะมีมวลมากกว่าโครงสร้างเหล็กและไม้ ซึ่งจะทำให้สะสมความร้อนได้มากกว่า อย่างไรก็ตามโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กนั้นมีราคาที่ถูกกว่าโครงสร้างเหล็ก ซึ่งถ้าหากต้องใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก สามารถป้องกันได้ด้วยการยื่นชายคาเพื่อบังแดด และทาสีอ่อนของตัวบ้านเพื่อสะท้อนความร้อน
  • โครงสร้างพื้น พื้นชั้นล่าง พื้นห้องน้ำ และพื้นระเบียง ควรใช้ระบบคอนกรีตหล่อในที่สามารถป้องกันปัญหารั่วซึม และควรบดอัดดินให้แน่น บริเวณพื้นห้องน้ำ หรือพื้นที่ต้องมีการสัมผัสกับน้ำ ควรปูแผ่นพลาสติก่อนเทคอนกรีตผสมน้ำยากันซึม
  • โครงสร้างหลังคา ใช้ระบบโครงสร้างเหล็กเพราะไม่แพงเกินไป และสะดวกต่อการก่อสร้างหรือแก้ไขดัดแปลง ถ้าเป็นหลังคาทรงสูง ที่มีความลาดเอียงประมาณ 34 องศา จะสามารถลดปริมาณความร้อนรวม ถ่ายเทจากหลังคามาที่ฝ้าเพดาน
  • โครงสร้างผนัง ผนังชั้นล่าง และผนังทั่วไป ใช้ก่อคอนกรีตบล็อก และฉาบผิวเรียบ ใช้กับพื้นที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี ห้องนอน ใช้ผนังก่อบล็อกคอนกรีตมวลเบา ฉาบผิวเรียบ ซึ่่งสามารถใช้กับห้องที่มีการปรับอากาศ ผนังห้องน้ำ ห้องครัว ฉาบปูนบุผิวด้วยกระเบื้องเคลือบ ง่ายต่อการทำความสะอาด
2. วัสดุที่ใช้

  • พื้น พื้นชั้นล่าง ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องคนรับใช้ และห้องเก็บของ ใช้พื้นกระเบื้องเซรามิคธรรมดาก็ได้ค่ะ จะสะดวกในการติดตั้ง และมีราคาไม่แพงมากนัก ถ้าเป็นพื้นชั้นบน ใช้พื้นไม้โมเสกปาร์เก้ไม้แดง ส่วนพื้นระเบียงและเฉลียงรอบบ้าน ใช้เป็นกรวดล้างและบล็อกสนามหญ้า จะสามารถลดค่าการสะท้อนความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร
  • หลังคา ใช้กระเบื้องคอนกรีต เช่น กระเบื้องซีแพคโมเนีย หรือเทียบเท่า เนื่องจากราคาไม่แพงมากนัก และมีคุณสมบัติเหมาะสม
  • ฝ้าเพดาน ฝ้าเพดานทั่วไป ใช้ฝ้ายิปซั่มบอร์ดชนิดธรรมดา ห้องน้ำ ใช้ฝ้ายิปซั่มบอร์ดกันความชื้น ฝ้าระแนงไม้สังเคราะห์ บริเวณชายคารอบอาคาร กรุตาข่ายกันแมลง ตีเว้นร่อง 5 มม. จะทำให้ระบายอากาศได้ดีบริเวณโครงหลังคา และช่วยลดความร้อน และเหนือฝ้าเพดานชั้นบน หรือชั้นใต้โครงหลังคา ควรบุฉนวนกันความร้อนประเภทใยแก้ว หนาประมาณ 4 นิ้ว เพื่อลดความร้อนที่จะถ่ายเทมาทางหลังคา
3. ประตู-หน้าต่าง


ขอบคุณภาพตัวอย่างจากโครงการ โกลเด้น นีโอ พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา

ขอบคุณภาพจากโครงการ เซียล่า จรัญฯ 13 สเตชั่น
  • ประตูทั่วไป สามารถใช้ได้ทั้งแบบบานเปิด และบานเลื่อน หรือบางตำแหน่งอาจจะใช้เป็นบานกระทุ้ง บานเกล็ดระบายอากาศ หรือช่องรับแสงติดตาย โดยให้มีลูกฟักกระจกตัดแสงรับแสงแดดธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้านของแต่ละห้อง
  • ประตูภายนอก ใช้บานเลื่อนอลูมิเนียมลูกฟักกระจกเขียวตัดแสง เพื่อให้ระบายอากาศได้ดี และสามารถรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
  • ประตูภายใน โดยเฉพาะในส่วนของห้องนอน ใช้ประตูบานไม้ ลูกฟักไม้ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว
  • ประตูห้องน้ำ ใช้บานเปิด และบานพีวีซีที่มีช่องระบายอากาศ เพื่อความสะดวก และทนทานในการใช้งาน
  • หน้าต่างทั่วไป เลือกใช้หน้าต่างบานเลื่อนอลูมิเนียม ลูกฟักกระจกเขียวตัดแสง
  • หน้าต่างระบายอากาศ หน้าจั่วหลังคา ใช้หน้าต่างไม้ ลูกฟักเกล็ดไม้ติดตาย
  • หน้าต่างทั่วไป เลือกใช้หน้าต่างบานเลื่อนอลูมิเนียม ลูกฟักกระจกเขียวตัดแสง
4. สีทาบ้าน

  • สีทาภายนอก ใช้สีน้ำอะคริลิก ทนต่อสภาพแวดล้อมภายนอกได้ดี
  • สีทาภายใน สีทาภายใน ใช้สีน้ำพลาสติก
  • สีทาไม้ ใช้สีน้ำมัน
  • ความเข้มของสี ทั้งภายนอก และภายใน ควรใช้สีอ่อน จะช่วยสะท้อนรังสีความร้อนออกสู่ภายนอกอาคาร ในส่วนภายในก็จะทำให้กระจายแสงภายในได้ดี
5. ค่าสะท้อนรังสีความร้อน


ตัวอย่างแบบบ้านประหยัดพลังงาน
ในส่วนของแบบบ้านประหยัดพลังงานที่นำมาฝากกันนี้ มีทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน เป็นบ้านชั้นเดียว 1 แบบ และบ้านสองชั้น 2 แบบ ออกแบบโดยสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
แบบ
ตร.ว.
กว้างxยาว
ตร.ม.
ค่าก่อสร้างโดยประมาณ
พื้นที่ใช้สอย
ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขก อาคาร ครัว จอดรถ หมายเหตุ
A 52 13x16 84 700,000 2 1 1 1 1 1
B 63 14x18 135 1,380,000 3 2 1 1 1 1
C 70 14x20 183 1,680,000 4 4 1 1 1 2 มีห้องแม่บ้านและห้องน้ำในตัวแยก
แบบบ้านชั้นเดียว รูปแบบ A


แบบบ้านสองชั้น รูปแบบ B


แบบบ้านสองชั้น รูปแบบ C


สร้างบ้านประหยัดพลังงานแล้ว เรามาประหยัดไฟฟ้า ประหยัดน้ำกันด้วยนะ
สำหรับหลักการเบื้องต้นในการสร้างบ้านประหยัดพลังงานที่เรานำมาฝากกันนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ซึ่งถ้าหากเราสามารถรับประโยชน์จากธรรมชาติมาใช้งานได้อย่างเต็มที่และเหมาะสม ก็จะทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของ ค่าไฟฟ้า ได้มากขึ้นอีกด้วย เกิดประโยชน์ทั้งต่อตัวเราเองและต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้เราควรใส่ใจการประหยัดไฟฟ้า ประหยัดน้ำ และพลังงานอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การปิดสวิตซ์ไฟเมื่อไม่ได้ใช้, การแยกสวิตซ์ไฟฟ้าออกจากกันทั้งบ้าน เพื่อสามารถเลือกเปิด-ปิด ได้เฉพาะจุด, การเลือกขนาดตู้เย็นให้เหมาะกับขนาดของครอบครัว และเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อื่นๆ อย่างเช่น การแยกประเภทขยะ, การใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือการใช้ตะกร้าหรือถุงผ้าไปจ่ายตลาด ก็มีส่วนช่วยในการประหยัดพลังงานได้ทั้งนั้นค่ะ

เขียนโดย เช็คราคา.คอม Property Guru

Line กูรู
พูดคุยกับกูรูได้ที่

แนะนำบ้านล่าสุด

ลลิลพร็อพเพอร์ตี้ | ลลิลพร็อพเพอร์ตี้ |
แลนซีโอ คริป วงแหวนฯ รังสิต-คลอง 4 (Lanceo Crib Wongwan Rangsit-Khlong4) 4,000,000 บาท
ศุภาลัย | ศุภาลัย |
ศุภาลัย วิลล์ เพชรเกษม-พุทธสาคร (Supalai Ville Phetkasem-Phutthasakorn) 3,890,000 บาท
เอพี (ไทยแลนด์) | เอพี (ไทยแลนด์) |
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) 30,000,000 บาท
สถาพร เอสเตท | สถาพร เอสเตท |

บทความบ้านโครงการใหม่ล่าสุด

ดูทั้งหมด