ไอคอนบทความ

บทความรถยนต์

icon-filter ค้นหารถยนต์แบบละเอียด
product filter
product filter
product filter
product filter
product filter

"ดัดแปลงสภาพรถ" แบบไหนผิด แบบไหนถูก มาดูกัน

Share
"ดัดแปลงสภาพรถ" แบบไหนผิด แบบไหนถูก มาดูกัน

"ดัดแปลงสภาพรถ" แบบไหนผิด แบบไหนถูก มาดูกัน

กลายเป็นประเด็นใหญ่ สำหรับผู้ใช้รถยนต์กระบะที่บรรทุกของและดัดแปลงสภาพช่วงล่างรถยนต์กระบะด้วยการเสริมแหนบ จนมีคลิปโด่งดังในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค รวมถึงผู้ใช้รถยนต์ทั่วไปที่ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ กับตัวรถ เช่น แร็คจักรยาน บันไดข้าง หรือ โครงหลังคาเหล็กสำหรับรถกระบะ จนถูกร้องเรียนจากการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกันมากมาย วันนี้เช็คราคา.คอม มีคำตอบมาให้ครับว่า กรณีติดตั้ง ดัดแปลง และเสริมอุปกรณ์ต่างๆ นั้น แบบไหนถูก แบบไหนผิด และต้องทำอย่างไรให้ถูกต้องมาดูกันเลย

ดัดแปลงสภาพรถแบบไหนถูก แบบไหนผิด ?

เนื่องจากผู้ใช้รถมีความเดือดร้อนจากการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาดัดแปลงสภาพรถ ทั้งการดัดแปลงช่วงล่าง โครงหลังคาในรถปิคอัพ หรือส่วนต่างๆ ของรถยนต์ และได้ร้องเรียนไปยังสื่อต่างๆ  ทางกรมการขนส่งทางบกจึงได้มีหนังสือชี้แจงไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องถึงการดัดแปลงสภาพรถยนต์ว่าอย่างไรผิด อย่างไรถูก เช่น การดัดแปลงสภาพรถยนต์ที่ต้องแจ้งต่อกรมขนส่ง โดยมีเนื้อหาสำคัญแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การดัดแปลงแก้ไขสภาพรถยนต์ ที่ "ต้องแจ้ง" กับ "ไม่ต้องแจ้ง" ต่อนายทะเบียน 
1. การแก้ไขดัดแปลงสภาพรถที่ "ต้องแจ้ง" ขออนุญาตต่อนายทะเบียน เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวรถ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้ เจ้าของรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อแก้ไขรายการในเอกสารใบคู่มือจดทะเบียนให้ถูกต้องก่อนนำรถไปใช้งาน ซึ่งได้แก่ การเปลี่ยนเครื่องยนต์, สีรถ, การติดตั้งโครงหลังคา หรือโครงเหล็กด้านในรถ, ฝาปิดด้านท้ายติดตั้งอุปกรณ์ทุ่นแรงยกสิ่งของ, หรือการเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง รวมทั้งการแก้ไขเปลี่ยนตัวถังรถ ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบกันสะเทือน ระบบบังคับเลี้ยว และระบบขับเคลื่อน เป็นต้น
จากข้อความข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า การดัดแปลงรถใดๆ ที่อยู่ในข้อ 1 หากไม่มีการแจ้งแก้ไขต่อกรมการขนส่งนับว่า "ผิด" 
2. การแก้ไขดัดแปลงรถที่ "ไม่ต้องแจ้ง" ขออนุญาตนั้น ได้แก่ การติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถหรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง เช่น แร็คหลังคา, โรลบาร์, บันไดขึ้น-ลงรถ, สปอยเลอร์, แม็กไลน์เนอร์, กันชน, อุปกรณ์ขนจักรยาน, และจุ๊บไขลาน เป็นต้น เนื่องจากเป็นการเสริมเพียงเล็กน้อยไม่ทำให้สภาพรถเปลี่ยนไป หากขนาดและตำแหน่งที่ติดตั้งเหมาะสมมีความแข็งแรงมั่นคงปลอดภัยในการใช้งาน รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของผู้อื่น การดำเนินการดังกล่าวไม่ถือเป็นการดัดแปลงสภาพรถและไม่มีความผิดแต่ประการใด
ดังนั้นหากใครที่มีการดัดแปลงรถยนต์ในลักษณะที่เข้าข่าย "ผิด" ก็ควรดำเนินการให้ถูกต้องเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

หนังสือชี้แจงจากกรมการขนส่งทางบกเกี่ยวกับการแก้ไขดัดแปลงสภาพรถ
และการติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถ หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ
สรุปการดัดแปลงที่ต้องแจ้งขออนุญาต และไม่ต้องแจ้งขออนุญาต
1. "ต้องแจ้ง" ขออนุญาตต่อนายทะเบียนก่อน ได้แก่
  • เปลี่ยนเครื่องยนต์
  • เปลี่ยนสี
  • ติดตั้งโครงหลังคาหรือโครงเหล็กด้านข้างรถ
  • ฝาปิดด้านท้ายติดตั้งอุปกรณ์ทุ่นแรงยกสิ่งของ
  • เปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง
  • แก้ไขดัดแปลงตัวถังรถ
  • ระบบรองรับน้ำหนัก
  • ระบบกันสะเทือน
  • ระบบบังคับเลี้ยว
  • ระบบขับเคลื่อน
2. "ไม่ต้องแจ้ง" ขออนุญาตต่อนายทะเบียน ได้แก่
  • แร็คหลังคา
  • โรลบาร์ 
  • บันไดขึ้น-ลงห้องโดยสาร 
  • สปอยเลอร์ 
  • แม็กไลน์เนอร์ 
  • กันชน 
  • อุปกรณ์ขนจักรยาน จุ๊บไขลาน
ในกรณีที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียน หลักฐานในการแจ้งมีอะไรบ้าง?
ในกรณีที่ต้องแจ้งดัดแปลงสภาพรถต่อนายทะเบียนต้องใช้เอกสารต่างๆ ดังต่อไปนี้ 
  • คู่มือจดทะเบียนรถยนต์
  • ใบมอบอำนาจพร้อมบัตรประชาชนตัวจริง กรณีไม่มายื่นด้วยตนเอง
  • กรณีเปลี่ยนสีต้องมีหลักฐาน เช่น ใบเสร็จค่าจ้าง หรือใบยืนยันทำสีด้วยตนเอง
  • กรณีเปลี่ยนเครื่องยนต์ต้องมีหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายเครื่องยนต์ หนังสือแจ้งจำหน่าย ใบเสร็จ หนังสือซื้อขายหรือหลักฐานการยกเครื่องยนต์ให้ เป็นต้น

การติดตั้งโครงหลังเหล็ก จำเป็นต้องแจ้งหรือไม่?

ในส่วนของการต่อเติมโครงหลังเหล็กสำหรับรถยนต์กระบะ นับเป็นการดัดแปลงที่เข้าข่ายต้องแจ้งขออนุญาตต่อนายทะเบียนก่อน หากไม่ดำเนินการแจ้งเอาไว้จะมีความผิด ถูกปรับถึง 2,000 บาท ซึ่งจากบันทึกข้อความกรมการขนส่งทางบกได้ชี้แจ้งไว้ดังนี้
การนำรถกระบะบรรทุก (ไม่มีหลังคา) ไปติดตั้งหลังคาหรือโครงเหล็กมีฝาปิดด้านข้างและท้าย หรือเสริมกระบะข้าง หรือแก้ไขดัดแปลงเป็นรถตู้บรรทุกโดยมิได้แจ้งต่อนายทะเบียน ถือเป็นความผิดฐานดัดแปลงสภาพรถให้ผิดไปจากลักษณะของรถที่จดทะเบีนนไว้ ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท เจ้าของรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อแก้ไขลักษณะรถในเอกสารคู่มือจดทะเบียนให้ถูกต้องก่อน จึงนำไปใช้งานได้ โดยนำรถไปตรวจสภาพพร้อมแนบหลักฐานดังต่อไปนี้
  • คู่มือจดทะเบียน 
  • หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองการจดทะเบียน (กรณีนิติบุคคล)
  • หลักฐานการได้มาของอุปกรณ์ที่ดัดแปลงรถ (ใบเสร็จ)
  • หนังสือมอบอำนาจ หากไม่มาด้วยตัวเอง 
สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งหรืออุปกณ์อำนวยความสะดวก แร็คหลังคา โรลบาร์ บันไดขึ้น-ลงห้องโดยสาร สปอยเลอร์ แม็กซ์ไลน์เนอร์ หรือกันชน เป็นต้น เป็นการเสริมอุปกรณ์เพียงเล็กน้อย  ไม่ทำให้สภาพของรถเปลี่ยนแปลงไป หากการติดตั้งมีความมั่นคงแข็งปลอดภัยในการใช้งานและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่ายกายและจิดใจของผู้อื่น การดำเนินการดังกล่าวไม่ถือเป็นการดัดแปลงสภาพรถและไม่มีความผิดตามกฏหมายแต่ประการได้
การดัดแปลงสภาพรถยนต์นั้น มีทั้งที่ต้องแจ้ง และไม่ต้องแจ้ง ผู้ใช้รถยนต์ควรศึกษาให้ดีและครบถ้วน เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ใช่รถใช้ถนนด้วยกัน และไม่ต้องกังวลเรื่องจะถูกจับอีกด้วย
เขียนโดย เช็คราคา.คอม CAR GURU

Line กูรู
พูดคุยกับกูรูได้ที่

รถยนต์เปิดตัวล่าสุด

ดูทั้งหมด

แนะนำรถยนต์ไฟฟ้าล่าสุด

Chery | 4WD PEAK Chery | 4WD PEAK
เฌอรี่ Chery V23 4WD PEAK ปี 2025 879,900 บาท
Leapmotor | Design Leapmotor | Design
ลีปมอเตอร์ Leapmotor B10 Design ปี 2025 788,000 บาท
MG | Plus V+ MG | Plus V+
เอ็มจี MG S5 EV Plus V+ ปี 2025 899,900 บาท
Xpeng | Luxury Special Color Edition Xpeng | Luxury Special Color Edition
เอ็กซ์เผิง Xpeng X9 Luxury Special Color Edition ปี 2025 2,789,000 บาท

บทความรถยนต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด